การรับมือลูกน้อยวัยสองขวบ หรือว่าหนูน้อยวัยทอง

   ในการที่เราเลี้ยงลูกในช่วงแต่ละวันเต็มไปด้วยลำบากและแตกต่างกันออกไปนั่นเอง เมื่อลูกเข้าสู่วัยช่วงของการพูดอย่างเช่นไว้ 2 ขวบเป็นการที่จะสื่อสารกันได้ง่ายแต่กลับสื่อสาร เพราะว่าก็ไม่รู้จะบอกกับเรายังไง แต่เมื่อคนสูงวัยประมาณ 1-4 ขวบนั้น

เป็นช่วงของการที่สื่อสารต้องการของตัวเองโดยคุณพ่อคุณแม่ต้องมีการอาการแต่ว่าการพูดจานั้นอาจจะกลับไม่ได้ผลเพราะว่าลูกน้อยของเราอยู่ในช่วงของวัยทองหนูน้อยนั่นเองว่าง่ายๆเปรียบเหมือนกับลูกเข้าสู่วัยทองนั่นเอง

เป็นอารมณ์ที่อยู่ทางด้านขึ้นๆลงๆรวมไปถึงการพัฒนาตัวเองนั่นเองเจ้าหนูน้อยวัยทองจะต้องมีอาการเกี่ยวกับ อยากลอง อยากรู้ อยากหยิบ อยากจับ อย่างนี้เป็นต้นดังนั้นเราควรที่จะปล่อยให้ลูกน้อยของเราหยิบจับและทำความทดลองด้วยตัวเอง

เพื่อที่จะได้รู้ว่าการที่แสดงพฤติกรรมออกไปจะทำให้ได้ผลที่ดีขึ้นหรือไม่นั่นเองไม่ว่าจะเป็นการว่าสิ่งของหรือว่าเป็นการเอาแต่ใจมากขึ้นดังนั้นเราควรที่ปล่อยให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเองยิ่งถ้าเราบอกเขาว่าอย่ายิ่งเหมือนทำให้เขาอยากที่จะทำดังนั้นเราควรที่จะเลือกวิธีในการรับมือของลูกน้อยวัยทองของเรานั่นเอง

  • ต้องเริ่มยื่นข้อเสนอให้ลูกเลือก ถ้าลูกของเราเป็นนิสัยที่ไม่ค่อยจะเชื่อฟังหรือว่าการออกคำสั่งของเราเป็นพี่ไม่ได้ผลให้เราเปลี่ยนเกี่ยวกับคำพูดของเรามาเป็นวิธีการให้เขาเลือกของเขาด้วยเป็นวิธีการตัดสินใจด้วยตัวเองอย่างเช่นวันนี้เราจะออกไปข้างนอกให้ลูกได้มีสิทธิ์เลือกอย่างเช่นมีเสื้ออยู่ 2 ตัวมีสีฟ้า กับสีชมพูลูกจะใส่ตัวไหนนั่นเองให้เขามีสิทธิ์เลือกในสิ่งที่เขาอยากจะมีสิทธิ์บ้าง
  • เบี่ยงเบนความสนใจ ลูกให้เป็น เมื่อเรารู้ว่าลูกน้อยของเราชอบของเล่นเมื่อเวลาเดินผ่านร้านขายของเล่นนั่นเองและลูกก็จะแสดงอารมณ์เสียหรือว่าอยากได้ขึ้นมาดังนั้นเราควรที่จะเลือกเกี่ยวกับการเบี่ยงเบนความสนใจของลูกเป็นการบอกให้ลูกไปมองรถที่อยู่ข้างหน้านั่นสิโดยเราทำเสียงให้ลูกรู้สึกว่าน่าสนใจหรือว่าหาสิ่งของที่เบี่ยงเบนลูกออกไปนั่นเองเพื่อที่จะไม่ให้เขาหมกมุ่นกับสิ่งที่เขาอยากได้จนมากเกินไป
  • รู้จักเปลี่ยนแปลงคำพูด การที่เราบอกว่าอย่าทำ ห้ามทำ เหมือนเป็นคำพูดที่เราส่งเสริมให้ลูกเรายิ่งทำ เพราะว่าลูกน้อยของเราที่อยู่ในช่วงวัยนี้เป็นช่วงของหนูน้อยวัยทองนั่นเองเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองมากขึ้น อยากทำสิ่งต่างๆมากขึ้น ดังนั้นการที่เราพูดคำว่าห้าม หรือว่าอย่าทำ เป็นการที่กระตุ้นให้เขารู้สึกว่าเขาอยากจะทำมากขึ้นดังนั้นเราควรที่จะเปลี่ยนคำพูดของเราอย่างเช่นการที่ลูกชอบโยนข้าวของเล่นให้เราเป็นการพูดว่าอย่าวางแรงนะเพราะว่าอาจจะทำให้ของเล่นเราพังอย่างนี้เป็นต้น ไม่ให้เราพูดว่าห้ามโยนของเล่นแรงๆนะเดี๋ยวมันจะพังให้เราเปลี่ยนคำพูดใหม่เพราะว่าอาจจะทำให้ลูกน้อยของเรามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนั่นเอง
  • พาลูกไปสงบสติอารมณ์ เราเชื่อว่าแม่หลายคนเคยเจอเกี่ยวกับอาการของลูกเราเกิดอาการงี่เง่าอยากได้สิ่งของนั้นขึ้นมาโดยเป็นการแสดงออกมาร้องไห้กรีดร้องเสียงดัง และรวมไปถึงวิธีการนอนกลิ้งบนพื้นซึ่งถ้าเราปล่อยให้ลูกเราแสดงนิสัยอย่างนี้ออกมาอาจจะทำให้ลูกมีนิสัยเสีย ดังนั้นเราควรที่จะให้เรารู้ว่าการที่เขาแสดงนิสัยอย่างี้ออกมาก็ไม่มีผลกระทบอะไรกับเราลูกน้อยจะได้รู้ว่าทำอะไรก็ไม่มีผล

 

 

ขอขอบคุณ  แทงหวยออนไลน์ยังไง    ที่ให้การสนับสนุน