คลังเก็บหมวดหมู่: การลดน้ำหนัก

แค่ 8 ข้อ เพื่อสุขภาพที่ดี

สุขภาพที่ดีต้องเริ่มต้นจากภายใน คุ้นไหมกับประโยคนี้ หากคุณคุ้น ๆ แล้ว คิดว่ามันไม่จริง บอกได้เลยว่า มันคือเรื่องจริงค่ะ ขนาดผิวสวยยังต้องบำรุงให้ลึกเข้าไปด้านใน แล้วสุขภาพร่างกายที่ดีจะหนีไปไหนพ้น หากไม่ใช่การที่ต้องดูแลจากภายใน เพียงแค่คุณดูแข็งแรง ไม่ได้แปลว่าคุณแข็งแรง ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คุณมีร่างกายแข็งแรง หากใครยังนึกไม่ออกว่าจะเลือกทานอย่างไรจึงจะได้สุขภาพ ลองนำ 8 ข้อนี้ไปใช้เป็นไอเดียกันดู

1. ดื่มน้ำสะอาด น้ำเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ทุกเซลล์ในร่างกายประกอบด้วยน้ำทั้งสิ้น หากร่างกายขาดน้ำจะทำให้ระบบต่างๆ ทำงานไม่สมดุล น้ำสะอาดที่เราดื่มทุกวันมีส่วนช่วยให้สุขภาพดี หากคุณไม่ชินกับการดื่มน้ำเยอะๆ ลองค่อยๆ เริ่มจากการดื่มน้ำครั้งละ 1 แก้วทุกชั่วโมงดูสิ รับรองว่าจะช่วยสร้างนิสัยการดื่มน้ำเปล่าอย่างได้ผล
2. เปลี่ยนทีละนิด เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการกินทีละเล็กละน้อย เพราะการกินเป็นส่วนสำคัญของสุขภาพการปรับพฤติกรรมการกินเป็นการเปลี่ยนจากอาหารที่เคยกินตามปกติเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น
3. เลี่ยงอาหารรสจัด อย่างที่ทราบกันดีว่าคนไทยชอบกินรสจัด เค็มจัด หวานจัด เผ็ดจัด บางครั้งต่อมรับรสของคนที่ชอบอาหารรสจัดก็ปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงเมื่อคุณเปลี่ยนพฤติกรรมการกินไม่ทัน ดังนั้นลองค่อยๆ ลดน้ำตาลหรือเครื่องปรุงแต่งอื่นๆ ลง

4. เน้นผลไม้ ผลไม้มีประโยชน์มากกว่าความอร่อย เพราะช่วยให้ร่างกายสดชื่นและได้รับวิตามินอย่างเพียงพอ เพราะฉะนั้นควรรับประทานทุกวันหรือทุกมื้อยิ่งดี

5. เลือกอาหารสุขภาพ เช่น หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมันแล้วหันมาทานเป็นแบบไม่ติดมัน หรือลองเลือกข้าวกล้องแทนข้าวขาว ไก่แทนหมู เลี่ยงอาหารทอด เป็นต้น
6. ซื้ออาหารสดดีกว่า หมายความว่าเราเลือกซื้ออาหารแบบที่ทำสดที่ปรุงสุกดีกว่า ทานอาหารประเภทแบบแช่แข็ง หรืออาหารตามร้านสะดวกซื้อ ที่ต้องผ่านการเวฟ เพราะอาหารเหล่านี้มีโซเดียมสูง และอาจมีสารอาหารไม่ครบ 5 หมู่
7. อ่านฉลากทุกครั้ง เพื่อศึกษาคุณค่าทางโภชนาการและส่วนประกอบของอาหารแต่ละชนิด บางชนิดโซเดียมสูง น้ำตาลสูง แคลลอรี่เยอะ
8. ทำอาหารเอง เพราะการทำอาหารเอง ทำให้เราสามารถเลือกสรรวัตถุดิได้เอง ทั้งวัตถุดิบที่นำมาใช้ และวัตถุดิบในการปรุง วิธีนี้นอกจากจะช่วยให้มีสุขภาพดีแล้วยังประหยัดอีกด้วย

สังเกตไหมว่าทำไมหิวบ่อย กินเยอะกว่าปกติ

เคยรู้สึกไหมว่าทำไมกินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม ทำไมยังรู้สึกหิวโหยไม่รู้จบ แล้วเมื่อไหร่จะหุ่นดีกับเค้าสักที?
ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ใช่ความหิวเท่านั้น เพราะเมื่อเราหิว เรามักจะหาอะไรทานเข้าไปให้พออิ่มท้องได้ ร่างกายมักจะตอบสนองว่าได้รับอาหารแล้ว อิ่มแล้ว เพียงพอที่ระบบต่างๆจะทำงานได้อย่างไม่สะดุด

แต่ความอยากหรือความโหยนั้นจะมีอาการที่เกินความควบคุม เหมือนกับว่าร่างกายของเราต้องการอาหารมากเป็นพิเศษโดยไม่สนว่าเรากินไปเยอะแค่ไหนแล้ว

ซึ่งอาจมาจากสาเหตุที่พบได้ทั่วไป เช่น เว้นจากการทานอาหารเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมง น้ำตาลในเลือดต่ำ นอนน้อย หรือเกี่ยวกับความไม่สมดุลของฮอร์โมนบางชนิด (พบได้มากในเพศหญิง)

แต่ความหิวโหยหรือความต้องการอาหารมากผิดปกตินั้นยังมีสาเหตุที่อาจทำให้คุณประหลาดใจได้อีก อย่าง 5 สาเหตุข้างล่าง ดังนี้

1. สลัดผักมื้อเที่ยงที่แสนเฮลตี้
คุณอาจสงสัยกินสลัดมันจะเกี่ยวอะไรกับความอยากอาหาร มันก็คงไม่เกี่ยวถ้าคุณทานสลัดกับข้าวหรือสเต็กด้วยน่ะสิ แต่สาวๆที่รักสุขภาพทั้งหลายเลือกที่จะทานสลัดแบบเบาๆเพื่อแคลอรี่ที่น้อยและไม่อ้วน

แต่หารู้ไม่ว่าสลัดเพียงจานเดียวมันทำให้อิ่มแค่ชั่วคราวเท่านั้น อย่างมากก็ไม่เกิน 4 ชั่วโมง

ดังนั้น ถ้ามื้อเที่ยงของคุณคือสลัดผักสุดเฮลตี้เพียง 1 จาน ไม่เกิน 4 โมงเย็นคุณจะเริ่มรู้สึกต้องการขนมจุบจิบ เริ่มฝันหวานถึงคุ้กกี้ เค้กนุ่มๆ ชาไข่มุกสักแก้ว คาปูชิโน่ หรือไม่ก็คิดไปถึงสปาเก็ตตี้ พิซซ่า กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็โหยจนทนไม่ไหวแล้ว

เมื่อเรามีความต้องการอาหารมากเป็นพิเศษ เรามักจะไม่อยากกินหรอกพวกอาหารคลีนหรืออาหารที่ดีต่อสุขภาพ เรามักจะอยากกินแต่ของที่อ้วนๆ ไม่ว่าจะอาหารรสจัด ขนมหวาน ของทอดน้ำมันเยิ้ม หรืออะไรก็ตามที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ

และนี่ถึงเป็นสาเหตุว่าทำไมการไดเอทไม่ได้ผลสักที ก็เพราะอาหารที่กินน่ะเฮลตี้จริงแต่มันไม่เพียงพอที่จะทำให้อิ่มอย่างเพียงพอ ร่างกายก็เลยต้องส่งสัญญาณแห่งความหิวให้เรารู้ว่าร่างกายต้องการสารอาหารมากกว่านี้นะ

สำหรับคนที่ทำแบบนี้อยู่ ให้เปลี่ยนเป็นทานอาหารมื้อปกติดีกว่า ใครบอกว่าการไดเอทที่ดีคือทานอาหารแคลอรี่น้อยเข้าไว้ ถ้าอยากไดเอทให้ได้คุณภาพ อิ่มอร่อยและไม่อ้วนด้วย ให้ทานมื้อเที่ยงในปริมาณที่พอเหมาะ มีคาร์บ โปรตีนและผักสดมากเท่าที่คุณต้องการก็ได้ เพียงเท่านี้อาการหิวโหยอยากอาหารก็จะน้อยลง แถมคุณยังมีพลังงานเพียงพอไปตลอดวันอีกด้วย

2. อารมณ์ของเจ้านาย
บรรยากาศการทำงานมีผลอย่างมากต่อความหิวโหย เนื่องจากความเครียดก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้สาวๆหลายคนกินอย่างกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์

กินเบื่อระบายความเครียดจากการทำงาน โดยเฉพาะสถานการณ์ตึงเครียด เช่น ไม่สบอารมณ์กับเจ้านาย ต้องเร่งทำงานให้ทันเดดไลน์ หรือสภาวะต่างๆในที่ทำงานที่ยกระดับฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตที่มีหน้าที่ควบคุมเมตาบอลิซึ่ม ซึ่งทำให้เรารู้สึกหิว ต้องการของหวานและน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้

วิธีแก้คือ ถ้าเกิดบรรยากาศที่ทำงานเริ่มไม่ค่อยดี คุณเริ่มรู้สึกกังวลและตึงเครียด ให้ขอเวลาพักสัก 5 นาทีและเดินไปเข้าห้องน้ำหรือไปสูดอากาศให้เต็มปอดเพื่อคลายความวิตกกังวลแทนที่จะเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหาอะไรกินแก้เครียด

พยายามอยู่ให้ห่างไกลความเครียดเอาไว้ ถ้าทำไม่ได้จริงๆก็ฝึกสติ และหัดมองโลกในแง่ดีแทน ก็จะพอช่วยให้เราห่างไกลจากของกินอ้วนๆและความหิวโหยที่จะทำร้ายเราภายหลังได้

3. ชีวิตเฉื่อยไปหรือเปล่า
เมื่อคนเรามีชีวิตที่สนุก น่าสนใจและเต็มไปด้วยรื่นรมย์ เรามักจะรับประทานอาหารน้อยลงหรือไม่ค่อยอยากกินขนมจุบจิบมากนัก แต่ในทางตรงกันข้าม

ถ้าชีวิตขาดสีสัน ไม่มีอะไรน่าสนใจ เรื่อยๆเฉื่อยๆไปวันๆ มีแนวโน้มสูงมากที่คนเราจะวิ่งเข้าหาของกินเพื่อเติมเต็มจิตวิญญาณที่กำลังโหยหาบางสิ่งบางอย่าง หรือเรียกง่ายๆว่า กินเพื่อจะรู้สึกดี กินเพื่อมีความสุข

นอกจากนี้ ความรื่นรมย์ในชีวิตยังหมายถึงเรื่องความรักกุ๊กกิ๊กด้วย เมื่อคนเรามีความรักที่ดี อารมณ์ก็ย่อมสดใส รวมไปถึงเมื่อเรื่องบนเตียงมีชีวิตชีวา สดใสซาบซ่าจนไม่ต้องการน้ำแดงโซดาหรือของหวานใดๆ มนุษย์เราก็ย่อมที่จะไม่ต้องการขนมหวาน แป้ง น้ำตาล อาหารที่ไม่จำเป็นมาเติมเต็มส่วนที่ขาด

ดังนั้น ถ้าตอนนี้ใครรู้ตัวว่าชีวิตกำลังเรื่อยๆเฉื่อยๆ คิดอะไรไม่ออกนอกจากกินแล้วละก็ รีบเปลี่ยนพฤติกรรมด่วน เริ่มรู้จักหากิจกรรมอื่นทำบ้าง เช่น ออกกำลังกาย ดูหนัง ฟังเพลง เล่นกีฬากับเพื่อน เดินเล่นกับน้องหมา พาพ่อแม่ไปทานข้าว หรือแม้แต่เรียนรู้ที่จะเติมความหวานให้คู่รักอีกครั้ง

เชื่อสิว่าถ้าเรามีชีวิตที่ดี มีความสุข เราก็จะรับประทานแค่พออิ่มและเพียงพอต่อความต้องการของเรา แทนที่จะสวาปามเข้าไปเหมือนเดิม

4. กลัวไขมัน
ในโลกนี้มีแต่คนกลัวความอ้วนเต็มไปหมด ดังนั้นสินค้าใดที่เคลมว่ากินแล้วดี กินแล้วไม่อ้วน ของ low fat ทั้งหลาย มักจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นมุมมองของคนในสังคมว่ากลัวความอ้วนขนาดไหน

แต่ทำไมหลายคนที่เกลียดความอ้วนถึงยังอ้วนอยู่ ทั้งๆที่ตั้งใจหลีกเลี่ยงอาหารที่กินแล้วอ้วน บางคนถึงกับพูดแบบติดตลกว่า ยังไม่ทันกินเลย แค่ดมก็อ้วนแล้ว ไขมันก็ไม่กิน เนื้อสัตว์ก็แทบไม่แตะ วันๆแทบไม่กินอะไรเลย กินแต่ทุกอย่างที่เขียนว่าโลว์แฟต อดทนหิวมาตลอดแต่ทำไมไม่ผอมสักทีเนี่ย

จะบอกให้ว่า แค่กลัวอ้วนและกินน้อยไม่ได้หมายความว่าร่างกายเราจะโอเคนะ ร่างกายของเราฉลาดมากในการปรับตัวก็จริง แต่ถ้าเราทำอะไรที่ตึงเกินไป มันก็จะส่งสัญญาณมาเตือนได้เช่นกัน เช่น คนที่ไม่ทานของที่ปรุงด้วยน้ำมันเลย ร่างกายก็จะโหยหาไขมันที่ดีต่อร่างกาย และเริ่มสงสัญญาณเตือนเราให้รับประทานอาหารที่มีไขมันเดี๋ยวนี้นะ ถ้าเธอไม่กินตอนนี้ ระบบร่างกายอาจจะรวนแล้วนะ

แต่เพราะว่าร่างกายพูดภาษาคนไม่ได้ เราก็เลยแปลความรู้สึกนั้นผิดๆเป็นความอยากกินไอศกรีม เฟรนฟราย ขนมปังชีสเยิ้มๆ แทนที่จะเป็นไขมันที่แสนมีประโยชน์จากอาหารจำพวกถั่วอัลมอนด์ อโวคาโด้ หรือน้ำมันมะพร้าวแทน

วิธีแก้คือ อย่ากลัวไขมัน อย่าคิดว่าไขมันคือความอ้วน ถึงแม้ว่าร่างกายเราจะมีไขมันส่วนเกิน แต่การกินอาหารที่มีไขมันเข้าไปไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกายเรามีไขมันส่วนเกินที่เรารังเกียจหรอก แต่เป็นเพราะขนม ของหวาน พวกแป้งและน้ำตาลที่เราสวาปามเข้าไปยามที่เราอยากกินนี่แหละที่แปลงสภาพเป็นไขมันส่วนเกินในร่างกายของเรา ถ้าใครรู้ตัวว่ากำลังทำอยู่ เปลี่ยนนิสัยด่วน

5. ดื่มน้ำไม่เพียงพอ
สภาวะร่างกายขาดน้ำคือสาเหตุหลักๆที่ทำให้เกิดภาวะอยากอาหารเป็นพิเศษ ร่างกายคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 70% เราจึงต้องการน้ำดื่มสะอาดไปหล่อเลี้ยงระบบต่างๆในร่างกายเราให้ทำงานอย่างเป็นปกติ บางคนอาจเถียงว่าฉันก็ดื่มน้ำแล้วไง แต่ทำไมหิวอยู่อีก ต้องถามว่าน้ำที่ดื่ม ดื่มอย่างถูกวิธีหรือเปล่า และแน่ใจนะว่าเป็นน้ำเปล่า

บางคนตีความว่า ถ้าดื่มน้ำอัดลมวันละ 8 แก้วก็เหมือนๆกับน้ำเปล่า แถมยังอร่อยกว่า หารู้ไม่ว่านั้นน่ะตัวอ้วนเลยนะ น้ำตาลทั้งนั้น!!!

ถ้าใครดื่มน้ำน้อยและหิวบ่อย ให้พกน้ำดื่มเอาไว้ใกล้ตัว ใช้จิบตลอดวันก็ดีเช่นกัน หรือจะแบ่งดื่มทีละแก้ว ทุกๆ 1-2 ชั่วโมงก็ได้ บางคนอาจไม่ชอบที่ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อย จึงไม่ชอบดื่มน้ำ ให้ลองเปลี่ยนมาจิบน้ำทีละ 1-2 อึกทุกๆ 15-30 นาทีก็ได้ ร่างกายจะได้ค่อยๆนำน้ำไปใช้ เรื่องความหิวก็น่าจะค่อยๆลดไปเอง

ทั้งหมด 5 ข้อข้างต้นคือสิ่งที่คนทั่วไปมักลืมไปและไม่คิดว่าคือสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะอยากอาหาร

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองกินมากเกินความจำเป็น ควบคุมไม่ได้และรู้สึกว่าอยากเลิกนิสัยนี้ ให้ลองนำวิธีการแก้ไขมาลองปรับใช้กับตัวเอง ถ้าปฏิบัติอย่างถูกต้อง รับรองว่าความหิวที่มากเกินปกติจะลดน้อยลงอย่างแน่นอนค่ะ