คลังเก็บหมวดหมู่: สุขภาพทั่วไป

ปัญหาของคนที่อยากลดน้ำหนักแบบเร่งรัด

ด้วยความที่เราอยู่ในยุคของการแข่งขัน การเร่งรีบ ความต้องการในหลายๆอย่างมักจะทำให้เราบอกกับตัวเองและผู้อื่นเสมอว่าต้องทำให้มันตอนนี้ เดี๋ยวนี้ หรือในระยะเวลาที่รวดเร็วที่สุด เช่นเดียวกันกับเรื่องที่เราจะเอามานำเสนอในบทความนี้อย่าง

การลดน้ำหนัก ถือว่าเป็นปัญหากวนใจของใครหลายๆคนไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ตาม บวกกับการเป็นคนยุคใหม่สมัยใหม่ที่ชอบการเห็นผลอะไรต่างๆด้วยความร้อนใจ การลดน้ำหนักนั้นถือว่าต้องใช้เวลาเป็นอย่างมาก

ถ้าหากเทียบกับการทำให้มันเดขึ้นนั้นถือว่านานเอามากๆ เรามักจะชอบตั้งคำถามว่าทำอย่างไรจะน้ำหนักลด ทำอย่างไรถึงหุ่นดีผอมเหมือนคนอื่น ซึ่งอันที่จริงแล้วิธีเหล่านั้นคุณน่าจะรู้มันอยู่แก่ใจแล้วไม่ใช่หรือ ว่ามันคือการที่คุณจะต้องควบอาหาร และการออกกำลังกาย แต่มันกลายเป็นสิ่งที่คุณมองข้ามไปนั้นเป็นเพราะคุณไม่คิดจะทำแบบนั้น ไม่อย่างใช้วิธีแบบนั้น คุณทราบดีว่ามันเหนื่อยที่ต้องออกกำลังกาย และทรมานที่จะต้องมาคอยควบคุมอาหาร

แต่ถึงอย่างไรแล้วคุณควรจะทราบไว้เสมอว่าการทำด้วยวิธีพื้นฐานเช่นนี้ จะทำให้น้ำหนักและหุ่นของคุณอยู่กับคุณได้นานมากกว่าทางรัดแน่นอน พูดถึงทางรัดแล้วก็คงจะหนีไม่พ้นวิธีการที่หลายคนมากกว่า 80% เลือกใช้กันเพื่อให้ได้น้ำหนักที่ลดลงและหุ่นที่ดีขึ้นนั้นคือ การทานยาลดน้ำหนัก ที่ผู้ผลิตมักจะอ้างสรรพคุณให้ดูเกินจริง

แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคหลงเข้าไปซื้อนั้นก็คือรีวิวของผู้ทานแบบก่อนทานและหลังทาน ในความเป็นจริงแล้วนั้นเราไม่ได้ไปทราบเบื้องหลังของคนเหล่านั้น เขาอาจจะออกกำลังกายและควบคุมอาหารด้วยก็เป็นได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วยาลดน้ำหนักเหล่านั้นไม่สามารถลดน้ำได้จริงหรอกนะ เพราะในยาลดน้ำหนักมีส่วนประกอบของยากดประสาท

ที่จะเข้าไปกดประสาทให้คุณมีความคิดไม่อยากอาหาร เมื่อคุณเช่นนั้นแล้ว คุณจะสั่งให้ตัวเองไม่ทานอาหาร ในทางตรงกันข้ามของร่างกายคุณที่มันเรียกร้องสารอาหาร เมื่อไม่มีสารอาหารใดๆเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะไปดึงไขมันออกมาใช้เป็นพลังงานแทน

นั้นจึงเป็นที่มาของความผอม ซึ่งไม่เกิดจากการใช้ยา แต่มันเป็นเพราะกลไกของร่างกายทุกคนต่างหาก ต่อให้คุณไม่ทานยาลดน้ำหนัก แล้วไม่ทานอาหาร ร่างกายก็จะทำเช่นนั้นเหมือนเดิม สรุปแล้วยาลดน้ำหนักมันไม่มีส่วนช่วยใดๆในการลดน้ำหนักเลย อย่าเอาเงินของคุณไปเสียให้กับของไม่มีประโยชน์อย่างนั้น กันกลับมาควบคุมอาหารและออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีกันดีกว่า

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ร้านขายยามีชุดตรวจเอดส์ขายไหม

ประโยชน์ และข้อควรระวังของต้นตีนเป็ด

ประโยชน์ และข้อควรระวังของต้นตีนเป็ด
ฤดูหนาวมาทีไร แถวๆ บ้านมักจะนิยมปลูกต้นตีนเป็ดหรือต้นพญาสัตบรรณเอาไว้ ซึ่งคงจะได้กลิ่นจากดอกของต้นนี้อย่างเห็นได้ชัด บ้างก็ว่าหอมสดชื่น บ้างก็ว่าเหม็นจนถึงมึนหัว แม้กระนั้นไม่ว่าเช่นไรต้นตีนเป็ดก็เปลี่ยนเป็นเครื่องหมายของ “อากาศหนาว” ไปโดยปริยาย

นอกจากต้นตีนเป็ด จะเป็นไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงากับพวกเราได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังมีคุณประโยชน์ดีๆ ที่ช่วยรักษาอาการต่างๆ ในฐานะของการเป็นสมุนไพรไทยได้อีกด้วย

ต้นตีนเป็ด หรือพญาสัตบรรณ กับผลดีๆต่อร่างกาย
1. เปลือกของลำต้นมีรสขม สามารถเอามาทำเป็นยาที่ช่วยสำหรับการเจริญอาหาร ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยทุเลาลักษณะของโรคโรคเบาหวาน แก้หวัด แก้ไอ ทุเลาอาการหลอดลมอักเสบ

2. เปลือกของลำต้น ช่วยรักษาโรคบิด ท้องเดิน ท้องเสียเรื้อรัง โรคลำไส้และลำไส้ติดเชื้อ

3. เปลือกของลำต้น ต้มน้ำอาบ ลดอาการผื่นคัน

4. ยางจากลำต้น ใช้หยอดหูแก้ลักษณะของการปวดหู รวมทั้งใช้อุดฟันเพื่อทุเลาลักษณะของการปวดฟัน

5. ใบอ่อน เอามาต้มเพื่อดื่มรักษาโรคลักปิดลักเปิด

6. ใบ และยาง คนอินเดียใช้รักษาแผล แผลเปื่อยยุ่ย แผลตุ่มหนอง แล้วก็ลักษณะของการปวดตามข้อ

ข้อควรคำนึงของต้นตีนเป็ด หรือต้นพญาสัตบรรณ
จำให้ดีว่า ต้นตีนเป็ด (Alstonia scholaris) กับต้นตีนเป็ดน้ำ หรือต้นตีนเป็ดสมุทร (Cerbera odollam) ต่างกัน ต้นตีนเป็ดน้ำจะมีลำต้นเล็กกว่า และส่วนใหญ่จะเจออยู่ชายน้ำ ขอบลำคลอง หรือป่าชายเลน มีดอกสีขาวพร้อมกลิ่นอ่อนๆ ผลเป็นลูกกลมๆ ถ้าลูกหลุดจากต้นแล้วแห้ง สามารถเอามารดน้ำปลูกฯลฯ ใหม่ได้

แค่ 8 ข้อ เพื่อสุขภาพที่ดี

สุขภาพที่ดีต้องเริ่มต้นจากภายใน คุ้นไหมกับประโยคนี้ หากคุณคุ้น ๆ แล้ว คิดว่ามันไม่จริง บอกได้เลยว่า มันคือเรื่องจริงค่ะ ขนาดผิวสวยยังต้องบำรุงให้ลึกเข้าไปด้านใน แล้วสุขภาพร่างกายที่ดีจะหนีไปไหนพ้น หากไม่ใช่การที่ต้องดูแลจากภายใน เพียงแค่คุณดูแข็งแรง ไม่ได้แปลว่าคุณแข็งแรง ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คุณมีร่างกายแข็งแรง หากใครยังนึกไม่ออกว่าจะเลือกทานอย่างไรจึงจะได้สุขภาพ ลองนำ 8 ข้อนี้ไปใช้เป็นไอเดียกันดู

1. ดื่มน้ำสะอาด น้ำเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ทุกเซลล์ในร่างกายประกอบด้วยน้ำทั้งสิ้น หากร่างกายขาดน้ำจะทำให้ระบบต่างๆ ทำงานไม่สมดุล น้ำสะอาดที่เราดื่มทุกวันมีส่วนช่วยให้สุขภาพดี หากคุณไม่ชินกับการดื่มน้ำเยอะๆ ลองค่อยๆ เริ่มจากการดื่มน้ำครั้งละ 1 แก้วทุกชั่วโมงดูสิ รับรองว่าจะช่วยสร้างนิสัยการดื่มน้ำเปล่าอย่างได้ผล
2. เปลี่ยนทีละนิด เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการกินทีละเล็กละน้อย เพราะการกินเป็นส่วนสำคัญของสุขภาพการปรับพฤติกรรมการกินเป็นการเปลี่ยนจากอาหารที่เคยกินตามปกติเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น
3. เลี่ยงอาหารรสจัด อย่างที่ทราบกันดีว่าคนไทยชอบกินรสจัด เค็มจัด หวานจัด เผ็ดจัด บางครั้งต่อมรับรสของคนที่ชอบอาหารรสจัดก็ปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงเมื่อคุณเปลี่ยนพฤติกรรมการกินไม่ทัน ดังนั้นลองค่อยๆ ลดน้ำตาลหรือเครื่องปรุงแต่งอื่นๆ ลง

4. เน้นผลไม้ ผลไม้มีประโยชน์มากกว่าความอร่อย เพราะช่วยให้ร่างกายสดชื่นและได้รับวิตามินอย่างเพียงพอ เพราะฉะนั้นควรรับประทานทุกวันหรือทุกมื้อยิ่งดี

5. เลือกอาหารสุขภาพ เช่น หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมันแล้วหันมาทานเป็นแบบไม่ติดมัน หรือลองเลือกข้าวกล้องแทนข้าวขาว ไก่แทนหมู เลี่ยงอาหารทอด เป็นต้น
6. ซื้ออาหารสดดีกว่า หมายความว่าเราเลือกซื้ออาหารแบบที่ทำสดที่ปรุงสุกดีกว่า ทานอาหารประเภทแบบแช่แข็ง หรืออาหารตามร้านสะดวกซื้อ ที่ต้องผ่านการเวฟ เพราะอาหารเหล่านี้มีโซเดียมสูง และอาจมีสารอาหารไม่ครบ 5 หมู่
7. อ่านฉลากทุกครั้ง เพื่อศึกษาคุณค่าทางโภชนาการและส่วนประกอบของอาหารแต่ละชนิด บางชนิดโซเดียมสูง น้ำตาลสูง แคลลอรี่เยอะ
8. ทำอาหารเอง เพราะการทำอาหารเอง ทำให้เราสามารถเลือกสรรวัตถุดิได้เอง ทั้งวัตถุดิบที่นำมาใช้ และวัตถุดิบในการปรุง วิธีนี้นอกจากจะช่วยให้มีสุขภาพดีแล้วยังประหยัดอีกด้วย

มะเร็งตับอ่อนกับพฤติกรรมโคตรเสี่ยง

ตับอ่อน คือ หนึ่งในอวัยวะสำคัญที่อยู่ในส่วนของระบบทางเดินอาหาร โดยมีรูปร่างลักษณะ เป็นต่อมทรงยาวรีคล้ายใบไม้ ตำแหน่งในร่างจะอยู่ด้านหลังกระเพาะอาหารใกล้กับลำไส้เล็กส่วนต้น หน้าที่ของตับอ่อน คือ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และเซลล์จากต่อมมีท่อที่มีหน้าที่สร้างน้ำย่อยอาหารโดยเฉพาะไขมัน โดยน้ำย่อยจะผ่านเข้าไปในลำไส้เล็กผ่านทางท่อตับอ่อน

โรคมะเร็งตับอ่อน แค่ชื่อก็คงทราบแล้วว่า เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบริเวณตับอ่อน ซึ่งปัจจุบันสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดเช่นเดียวกับมะเร็งส่วนอื่นๆ ของร่างกาย แต่อย่างไรก็ตามเราสามารถบ่งบอกถึงปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะนำพาหรือก่อให้เกิดมะเร็งตับอ่อนได้ ดังนี้

ปัจจัยเสี่ยงโรคมะเร็งตับอ่อน

  • พันธุกรรม หากในครอบครัวของเรามีคนเป็นโรคมะเร็งตับอ่อนหรือเคยเป็นโรคมะเร็งตับอ่อนมาก่อน ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็น
  • เป็นเพศชาย อายุ 60-65 ปี จะมีความเสี่ยงมากกว่าคนในเพศ และวัยอื่นๆ
  • เป็นโรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรังเป็นเวลานานหลายปี
  • เป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน มาก่อนอยู่แล้ว

พฤติกรรมเสี่ยงโรคมะเร็งตับอ่อน

  • ไม่ควบคุมน้ำหนักของตัวเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
  • รับประทานอาหารมัน อาหารทอด มากเกินไป
  • สูบบุหรี่จัด
  • ดื่มแอลกอลฮอล์มากเกินไป

อาการเริ่มต้นของโรคมะเร็งตับอ่อน

  • มีอาการเจ็บปวดที่บริเวณช่องท้องส่วนบน และร้าวไปถึงทางด้านหลัง
  • มีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง
  • สีของปัสสาวะเข้มขึ้น
  • รู้สึกว่าอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงมากไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ
  • ถ่ายอุจจาระแล้วเห็นคราบมัน เพราะตับอ่อนเริ่มย่อยอาหารประเภทไขมันไม่ได้
  • ในระยะที่ก้อนมะเร็งใหญ่ขึ้น อาจมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน
  • ในผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการของโรคเบาหวานร่วมด้วย

วิธีป้องกันโรคมะเร็งตับอ่อน
ในปัจจุบัน โรคมะเร็งตับอ่อน ยังคงไม่สามารถใช้วิธีตรวจคัดกรองเบื้องต้นได้ ดังนั้นเราจึงควรที่จะดูแลตัวเองให้มากๆ และทำทุกวิธีทางที่จะป้องกันให้ดีที่สุด โดยมีวิธีป้องกันมาแนะนำกัน ดังต่อไปนี้

  • พยายามไม่รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
  • ควบคุมน้ำหนักของตัวเองให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • หากเป็นโรคอ้วนให้ลดน้ำหนัก หากเป็นโรคเบาหวานควรควบคุมอาการของโรคให้ดี
  • งดสูบบุหรี่ และงดดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารไขมันต่ำ
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที-1 ชั่วโมง
  • เข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

ไข่เยี่ยวม้า อันตรายหรือปลอดภัย

เพื่อนของเราคนหนึ่งเป็นคนที่ชอบทานไข่เยี่ยวม้ามากค่ะ เห็นสั่งอาหารทานทีไร ทุกเมนูจะต้องประกอบไปด้วยไข่เยี่ยวม้า ไม่ว่าจะเป็นกระเพราไข่เยี่ยวม้า ผัดฉ่าไข่เยี่ยวม้า ผัดพริกแกงไข่เยี่ยวม้า ยำไข่เยี่ยวม้า และอีกสารพัดเมนูที่ไม่เคยขาดไข่เยี่ยวม้า ทานจนเราสงสัยว่าทานไข่เยี่ยวม้าบ่อยขนาดนี้ จะเป็นอันตรายกับร่างกายหรือไม่ ไข่เยี่ยวม้าทำมาจากอะไร มีวิธีสังเกตไข่เยี่ยวม้าที่ปลอดภัยต่อร่างกายหรือไม่ วันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลมาฝากกันค่ะ

ไข่เยี่ยวม้า คืออะไร?
ไข่เยี่ยวม้าเป็นผลผลิตจากการการถนอมอาหารประเภทไข่อย่างหนึ่ง เหมือนกับการทำไข่เค็มที่นำไปดองเกลือ แต่สำหรับไข่เยี่ยวม้า จะทำการถนอมอาหารด้วยการพอกด้วยปูนขาวผสมใบชา เกลือป่น และขี้เถ้าที่นวดด้วยน้ำเย็น หรืออีกวิธีหนึ่งคือ นำไปแช่ในน้ำที่มีส่วนผสมของสารละลายเบส ที่มีปูนขาว เกลือ โซดาแอช ชาดำ และสังกะสีออกไซด์

นอกจากสูตรดังกล่าว ผู้ผลิตบางรายอาจมีสูตรทำแตกต่างจากนี้ได้เล็กน้อย

ไข่เยี่ยวม้า อันตราย?
ปัจจุบันมีพ่อค้าแม่ค้าบางรายที่แอบใช้สารตะกั่วออกไซด์ หรือซัลไฟด์ลงในส่วนผสมที่ใช้พอกหรือแช่ เพื่อช่วยให้ไข่กลายเป็นไข่เยี่ยวม้าได้เร็ว และเห็นผลมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ไข่เยี่ยวม้าที่ผลิตมีสารตะกั่วปนเปื้อนได้

อันตรายจากสารตะกั่วในไข่เยี่ยวม้า
หากเราทานอาหารที่มีสารตะกั่วปนเปื้อนอยู่บ่อยๆ อาจทำให้มีอาการท้องผูก และส่งผลต่อการทำงานที่ผิดปกติของเซลล์ไขกระดูก ระบบประสาท ไต หรืออาจเลยไปถึงกล้ามเนื้อกระดูกข้อมือ ข้อเท้า ที่อาจเกิดอาการอัมพาต หรือสมองบวม ชัก และอาจถึงเสียชีวิตได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อได้รับสารตะกั่วปนเปื้อนในอาหารนานนับเดือน ดังนั้นหากไม่ได้ทานไข่เยี่ยวม้าที่ปนเปื้อนสารตะกั่วอยู่เป็นประจำ ก็พอจะวางใจได้ว่าไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากนัก

วิธีสังเกต ไข่เยี่ยวม้า ปนเปื้อนสารตะกั่วหรือไม่?
วิธีสังเกตสารตะกั่วปนเปื้อนอย่างง่ายๆ คือสังเกตที่ไข่ขาว ว่ามีสีดำมากเกินไปหรือไม่ อาจจะเป็นลักษณะสีดำขุ่น ไม่ใช่สีน้ำตาลเข้มใสๆ อย่างที่เคยเห็นกัน ถ้าผิดสังเกตแบบนี้ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นไข่เยี่ยวม้าที่ปนเปื้อนสารตะกั่วจากขั้นตอนการทำไข่เยี่ยวม้า

ทานไข่เยี่ยวม้าอย่างไรถึงจะปลอดภัย?
เลือกผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน และเชื่อถือได้ในเรื่องของคุณภาพ ลักษณะของไข่ไข่ขาวจะต้องเป็นสีน้ำตาลใส ไม่ดำเกินไป และไม่ขุ่น นอกจากนี้ควรเลือกทานไข่เยี่ยวม้าอยากหลายๆ ผู้ผลิต เพื่อไม่ให้ได้รับสารบางอย่างติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป และสุดท้ายถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็ไม่ควรทานไข่เยี่ยวม้าบ่อยจนเกินไป ควรเลือกทานอาหารให้หลากหลาย ไม่ทานอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งติดต่อกันนานเกินไป เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลายเพียงพอต่อการดำเนินชีวิตค่ะ

เผยเคล็ดลับการดูแลตับอย่างไรให้แข็งแรง

            คุณคยสังเกตไหมว่าอวัยวะภายในของเราอันไหนอ้วนและโตที่สุด

คำตอบก็คือตับ โดยตับของผู้ใหญ่นั้นทีมแพทย์ได้ทำการส่อองกล้องจุลทัศเข้าไปดูพบว่าตับปกติจะมีน้ำหนักราว 1.3 ถึง 3.0 กิโลกรัม และจะมีลักษณะเฉพาะคือนุ่มเหมือนกับฟองน้ำที่เราใช้ในการล้างจาน แต่สีจะต่างจากฟองน้ำเพราะตับจะมีสีชมพูอมน้ำตาลหรือจะออกแดงๆก็ว่าได้ และตับเป็นอวัยวะภายในที่วัดจากมวลทั้งหมดในร่างกายของเราที่ร่วมทั้งภายในและภายนอกโดยตับมีขนาดใหญ่มากที่สุดแค่ยังเป็นอันดับสอง รองจากผิวหนังของเราที่ห่อหุ่มร่างกายเอาไว้ และตับนั้นยังเป็นต่อมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย

ตำแหน่งที่ถูกต้องของตับจะวางตัวของมันอยู่ในทางด้านขวาบนของช่องท้องของเรา และอยู่ใต้กะบังลม หากลองเอามือไปกดตรงใต้ซี่โครงก็จะสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของตับ

นอกจากนี้ความยาวของตับบางส่วนยังมีขนาดที่ยาวเกิดจนไปวางอยู่บนกระเพาะอาหารอีกด้วย โดยทิศทางของปลายทางด้านซ้ายสุดของตับนั้นจะเป็นเหมือนลูกศรที่จะชี้ไปทางม้าม ชิ้นส่วนด้านล่างสุดของตับยังมีอวัยวะที่เป็นลักษณะของถุงน้ำดีที่วางตัวอยู่ใต้ตับอีกด้วย

หากคุณลองจิตนาการตามดูลำดับในช่องท้องของเรานั้นอันแรกเลยก็จะเป็นตับที่เป็นขนาด 1 ต่อ 3 จากจำนวนทั้งหมดในช่องท้อง ต่อมาก็จะเป็นถุงน้ำดีของเราที่นอนอยู่ทางด้านซ้ายล่างของตับและถัดมาก็จะเป็นลำไส้ใหญ่ที่ขดเป็นวงกลมล้อมรอบลำไส้เล็กอยู่ ทุกๆอย่างในกระเพราะหรือช่องท้องของเราจำทำงานเป็นขั้นเป็นตอนเป็นลำดับเหมือนกับหุ่นยนต์โดยเริ่มแรกอาหารจะถูกส่งมายังตับก่อนและตับก็จะส่งต่อไปยังถุงน้ำดีในส่วนที่เป็นสารพิษและต่อมาก็จะส่งไปยังลำไส้ต่างๆ

หากถามว่าเรามีวิธีหรือ เคล็ดลับดูแลตับให้แข็งแรง ไหม? 

แน่นอนคะว่ามีอย่างแน่นอน แต่เราต้องดูแลตั้งแต่เริ่มแรกนั้นก็คืออย่ารอให้ตับของเราเป็นอะไรไปเสียก่อน หรือเริ่มดูแลตั้งแต่แรกๆที่ตับยังแข็งแรงอยู่นั้นเอง และในสมัยนี้ต้องบอกว่าวิธีการดูแลมีค่อนข้างมาก อาจจะด้วยการออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์และบำรุงตับโดยเฉพาะหรือแม้กระทั่งสมุนไพรที่บำรุงตับเองก็มีผลิตขึ้นมาแล้ว