คลังเก็บป้ายกำกับ: เครื่องช่วยฟัง

ต้องมีปัญหาการได้ยินระดับไหนจึงควรใช้เครื่องช่วยฟัง

โดยปกติคนเราควรจะมีการตรวจร่างกายปีละครั้งเพื่อตรวจสอบว่าเรามีความผิดปกติตรงไหนบ้างเพื่อจะได้รักษาได้ทันท่วงที ซึ่งการตรวจร่างกายประจำปีนั้นสิ่งหนึ่งที่เราควรจะตรวจนอกเหนือจากการตรวจหัวใจ การมองเห็น เราควรตรวจสอบเรื่องของการฟังด้วย มีหลายบริษัทที่กำหนดให้พนักงานต้องตรวจร่างกายประจำปี

และมีข้อกำหนดให้ตรวจเกี่ยวกับการได้ยิน เพราะการทำงานของแต่ละบริษัทจะไม่เหมือนกัน บางบริษัทเน้นการใช้งานเกี่ยวกับหู ดังนั้นส่วนหูจึงสำคัญมากที่สุด เช่นพนักงาน call center ที่ต้องคอยนั่งรับโทรศัพท์ตลอดทั้งวัน

สำหรับขั้นตอนการทดสอบการได้ยินเสียงของหูนั้นทางเจ้าหน้าที่จะทดสอบตั้งแต่เสียงดังปกติและลดเสียงลงไปเรื่อยๆ

โดยระดับการได้ยินเสียงปกติของคนเราจะอยู่ที่  -10 จนถึง 25 เดซิเบล ซึ่งหากได้ยินเสียงระดับนี้แสดงว่าหูของเราไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่หากการได้ยินเสียงอยู่ในระหว่าง 26-40 เดซิเบล นั้นหมายถึงว่าหูเราเริ่มมีความผิดปกติ แสดงถึงอาการหูตึงเล็กน้อย การได้ยินเสียงจะได้ยินเสียงพูดเบาเบา และเมื่อระดับอยู่ระหว่าง 41-55 เดซิเบล

นั้นหมายถึงหูมีความผิดปกติมากขึ้นเป็นการหูตึงปานกลาง หากระดับเสียงอยู่ระหว่าง56-70 เดซิเบล นั้นหมายถึงหูผิดปกติมากหูตึงมากแล้ว ซึ่งจำเป็นจะต้องพูดด้วยน้ำเสียงที่ดัง จึงจะเข้าใจและหากไปคุยกันในพื้นที่ที่มีคนเยอะแยะจะลำบากมาก หากระดับการได้ยินอยู่ที่ 71-90 แสดงว่าหูมีความผิดปกติเป็นอย่างมากเวลาคุยต้องพูดดังมากมากหรือต้องพูดเสียงตะโกน และหากว่าระดับการได้ยินเกินกว่า 90 เมื่อไหร่นั้นคืออาการของคนหูหนวกจะไม่ได้ยินแม้เสียงจะดังมากแค่ไหนก็ตาม

         อันที่จริงปัจจุบันมีการขาย เครื่องช่วยฟัง หลายแบบและมีระดับซึ่งเมื่อเราเริ่มรู้สึกว่าเราไม่ค่อยได้ยินเสียงเมื่อไหร่ เราก็สามรถเข้ามาทำสอบการใช้เครื่องช่วยฟัง เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิ์ภาพการได้ยินของหูได้เลย โดยที่เราไม่จำเป็นต้องรอจนหูดึงแล้วค่อยมาใช้ก็ได้  แต่คุณต้องเข้าใจว่าเครื่องช่วยฟัง คือเครื่องที่ช่วยให้เราได้ยินเสียงที่ดังชัดเจนขึ้น

ไม่ใช้เครื่องช่วยรักษาหูตึง หรือหูหนวก และการใส่เครื่องช่วยฟังก็ไม่ได้ทำให้เราหูตึงมากไปกว่าเดิม แต่หากเราไม่รีบรักษาอาการหูตึงก็จะยิ่งแย่ลงตามวันเวลา ดังนั้น ในระหว่างที่คุณมีการใช้เครื่องช่วยฟังก็ควรปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการของหูไปด้วย อย่าปล่อยให้สายเกินไปจนกลายเป็นโรคหูหนวกถาวร  

หูหนวกหลังคลอดคืออะไร

สาเหตุของหูหนวกหลังคลอดคืออะไร

          ก่อนหน้านี้เคยอธิบายถึงสาเหตุของความผิดปกติด้านการได้ยินตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ แล้วว่ามีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง  ซึ่งนอกจากเด็กทารกจะมีปัญหาเกี่ยวกับหูตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ได้แล้ว ถึงแม้ตอนคลอดออกมาจะไม่พบความผิดปกติใดๆ

แต่ถ้าหากตอนที่คลอดออกมาแล้ว ทารกอาจพบความผิดปกติในภายหลังได้เช่นเดียว ทั้งนี้สาเหตุใหญ่ที่ทำให้มีความผิดปกติด้านการได้ยินหลังคลอดนั้น มีสาเหตุมาจากการเจ็บไข้ได้ป่วยซึ่งมีหลายโรคที่เมื่อเป็นแล้วจะมีอาการแทรกซ้อนทำให้มีผลกระทบกับการได้ยินของหู  โดยแบ่งโรคต่างๆออกเป็นดังนี้ 

  •  เด็กที่ป่วยด้วยโรคเยื้อหุ้มสมองอักเสบ อาจมีการอาการแทรกซ้อนของโรคที่มีผลกระทบกับการได้ยินได้
  • เด็กที่ป่วยเป็นโรคมีติดต่อมาจากคนอื่น เช่น การเป็นโรคโรคไข้หวัดใหญ่ คางทูม หัดเยอรมันหรือแม้แต่โรคหัวใจ โรคต่างเหล่านี้หากเรารักษาไม่ถูกต้องหรือไม่ทันกาลจะมีผลกระทบกับการได้ยินเสียงของทารกเหมือนกัน เพราะเชื้อโรคจะแพร่กระจายจากภายในยังโพรงจมูกและมีผลกับหู
  • จากการที่เด็กเป็นโรคที่เกี่ยวกับ คอ หู ปาก จมูกโดยตรงเพราะอวัยวะทั้งหมดเหล่านี้จะมีการเชื่อมต่อถึงกันภายใน ดังนั้นหากจุดใดจุดหนึ่งมีเชื้อโรคจะสามารถลามไปถึงส่วนอื่นได้ด้วย
  • และอีกสาเหตุที่สำคัญคือ การเกิดอุบัติเหตุ เช่น การที่ทารกถูกทำร้าย สมองได้รับความกระทบกระเทือน หรือการตกเปล หรือตกบันได สาเหตุต่างๆเหล่านี้มีผลต่อการได้ยินของลูกน้อยทั้งหมด

จากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เกิดมาจากโรคภัยไข้เจ็บ และเกิดจากการเกิดอุบัติเหตุ

ดังนั้นหากเราต้องการป้องกันไม่ให้บุตรหลานของเราต้องกับปัญหาการได้ยินของหู หรือไม่อยากให้บุตรหลานของเราเป็นโรคหูหนวก จำเป็นที่จะต้องดูแลเอาใจใส่บุตรหลานเป็นอย่างมาก เพราะทารกยังไม่มีภูมิที่แข็งแกร่งพอที่จะต้านทานเชื้อโรคได้

ทางที่ดีที่สุดเมื่อครบกำหนดที่จะต้องฉีดวัคซีน

ควรนำทารกไปฉีดวัคซีนทุกครั้งตามที่แพทย์นัด และหากเวลาบุตรหลานไม่สบาย อย่าพยายามซื้อยาให้เด็กรับประทานเอง ควรพาเด็กไปพบแพทย์จะดีกว่า เพราะเด็กทารกยังไม่สามารถบอกเราได้ว่า เขามีความรู้สึกเจ็บหรือมีปัญหาตรงไหนบ้าง

ดังนั้นในการวิเคราะห์เกี่ยวกับโรคที่เด็กเป็นเราที่ไม่ชำนาญพอจะมีการให้ยาเด็กผิดพลาดซึ่งมีผลกับตัวเด็กเป็นอย่างมาก ควรให้ผู้เชี่ยวชาญ นั่นก็คือให้กุมารแพทย์เป็นผู้รักษาโดยตรง และที่สำคัญสุดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับทารกเราไม่ควรอยู่ห่างจากเด็กทารกเพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ มั่นใจว่าหากมีการดูแลที่ดีมากพอทั้งเรื่องโรคภัยและเรื่องอันตรายจากอุบัติเหตุบุตรหลานของเราจะห่างไกลจากโรคหูหนวกแน่นอน

 

ขอขอบคุณเรื่องราวโดย เครื่องช่วยฟัง